ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา สมาชิก BIGBANG แต่ละคนพูดถึงวงตัวเองยังไงบ้าง?

มาถึงจุดนี้เราขอรวบรวมบทสัมภาษณ์ที่เหล่าเมมเบอร์ให้สัมภาษณ์ถึงวงตัวเองกัน ว่าแต่จะเป็นยังไงนั้น มาดู . . .


ก่อนจะเริ่มต้น BIGBANG 2017 CONCERT LAST DANCE เดือนธันวาคมนี้
เรามาดูกันว่ากว่า 11 ปี ที่หนุ่มๆได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมา
พวกเขาพูดถึงกันและกันว่าอย่างไรบ้าง . . .



GD



ที่มา : บทสัมภาษณ์ G-DRAGON จาก 1ST JAPANESE PICTORIAL



QUESTIONS : อ่า . . . ฉันเข้าใจแล้วหลังจากนั้นสมาชิกบิ๊กแบงกลัวคุณมั้ย?


ก็ไม่เชิง...(หัวเราะ) แต่ครั้งแรกที่ผมเจอแทยังผมกลัวเค้านะ ลักษณะนิสัยของเราสองคนต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยล่ะครับ ตอนเด็กๆผมจะเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวแต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นแทยังแล้วล่ะครับที่เป็นคนเก็บตัว ในครั้งแรกที่เราเจอกันผมค่อนข้างจะอายนิดหน่อยนะครับ แต่หลังจากที่เราได้เริ่มฝึกด้วยกันพวกเราก็สามารถรู้ความคิดของอีกคนเพียงแค่สบตากัน เราไม่เคยผิดใจกันเลยสักครั้งครับ เช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่น พวกเค้าเปรียบเสมือนครอบครัวของผม ผมพูดสิ่งๆนี้มาจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆนะครับ มันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตในตอนนี้และพวกเราก็เคารพกันเสมอครับ



EN Trans :: jwalkervip
TH Trans :: NonGz @ FBBBTH



TOP




ที่มา : สัมภาษณ์ TOP จากนิตยสาร ARENA HOMME กุมภาพันธ์2016


QUESTIONS : บิกแบงไม่ได้ถูกต้องลงตัวแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น แต่แทนที่จะจงใจปรับเปลี่ยนตัวเองไป
สมาชิกในวงแต่ละคนดูเติบโตขึ้นใน เรื่องของอารมณ์ความรู้สึกและมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นไปได้ด้วยดีนะคะ


เราเขียนเพลงด้วยตัวเองมาตลอดตั้งแต่ยังเป็นเด็กฝึกครับ ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็ทำเพลงในแบบที่เราอยากจะทำมาเสมอ เราส่งเพลงให้ท่านหยางกว่า 20 เพลงเค้าก็จะวิเคราะห์เพลงเหล่านั้นตามความเป็นจริงไม่ลำเอียงเพราะเราเป็นคนลงมือทำดังนั้นปกติแล้วเราจะไม่สามารถเห็นปัญหาได้ด้วยตัวเองการจะเอาพวกเราไปเทียบกับวงไอดอลวงอื่นนั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างไปนะครับ เพราะระบบการเทรนที่เข้มงวดนั้นไม่เหมือนกัน บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเราถึงทำงานกันมาได้จนถึงทุกวันนี้นะครับ



Korean to Chinese translation by choitopop
Chinese to English translation by pinkymomo
English to Thai translation by miss mew
Photo credit to label in the picture



SEUNGRI




ที่มา : บทสัมภาษณ์ซึงรีจาก 1st Japanese Pictorial


QUESTIONS : คุณก็ทำงานหนักมากเพราะว่าคุณละโมบเหมือนกันนะหรอ?


ก็อาจจะนะ แต่ที่ผมเป็นแบบนั้นน่าจะเพราะบิ๊กแบงมากกว่า BIGBANG เป็นเหมือนไพ่โจ๊กเกอร์ที่เข้ามาในชีวิตผม เพราะว่าพวกเค้ามันก็เลยทำให้ผมทั้งมีความสุข ทั้งเข้มแข็ง ได้ทำอะไรก็ตามที่ผมอยากทำ ได้ไปในที่ที่ผมอยากจะไป ถ้าวันไหนที่ผมรู้สึกขาดหายสมาชิกทุกคนจะช่วยเติมเต็มให้ผม พวกเราทั้งห้าคนจะมีคนอื่นๆในวงค่อยผลักดันเสมอ เพราะว่าเราคือทีมเดียวกัน


QUESTIONS : ไพ่โจ๊กเกอร์ในชีวิตคุณ...มันดูเป็นอะไรที่เข้าใจยากนะ


การที่ได้มาอยู่กับ BIGBANG เป็นสิ่งที่พิเศษมากๆในชีวิตผม ถ้าผมไม่ได้เป็นสมาชิกของ BIGBANG ผมคงไม่เคยคิดอะไรแบบนี้ได้ ผมดีใจมากๆที่ได้เจอกับชีวิตที่พิเศษแบบนี้



EN Trans by jwalkervip.tumbrl.com
TH Trans by NonGz @ www.facebook.com/bigbangthailand



DAESUNG




ที่มา : บทสัมภาษณ์แดซองในนิตยสาร 10Asia

QUESTIONS : มันไม่ยากสำหรับคนแบบคุณหรือ ที่จะเข้ากับสมาชิกคนอื่นๆ ของบิกแบงซึ่งมีความมั่นใจในตัวเองสูง


ผมต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับนิสัยของพวกเขาพอสมควรครับ โดยเฉพาะซึงริ (หัวเราะ) เพราะเขามีความมั่นใจในตัวเองถึง 100% เต็ม ซึ่งตรงข้ามกับผมอย่างสิ้นเชิง ผมว่านั่นอาจเป็นสาเหตุให้ใครๆ ต่างก็บอกกับผมว่าเราดูไม่เขินกันเลยเมื่ออยู่ในทีวี ผมและซึงริเป็นเหมือนพี่น้อง และเราก็เรียนรู้หลายๆ อย่างจากกันมากทีเดียว ผมตระหนักว่าผมได้เรียนรู้ด้านดีที่ซึงริมีอย่างมาก ผมรู้วิธีจะสร้างสมดุลระหว่างเราอย่างช้าๆ และถ้าไม่มีเขาผมคงไม่สามารถจะกลับมาสู่เส้นทางสายดนตรีได้อีกครั้ง


Source : 10Asiae
แปลไทยโดย : AE @ FBBBTHBIG BANG THAILAND


TAEYANG




ที่มา : บทความโดย : YOU2PLAY

QUESTIONS : แล้วจุดเปลี่ยนที่ทำให้ช่องว่างที่คุณพูดถึงหายไปคืออะไร?



เมื่อปี 2011 ผมได้เห็นว่าเพื่อนในวงของผมอย่าง GD กับ DAESUNG ต้องข้ามผ่านอุปสรรคอะไรกันบ้าง ตอนนั้นเลยผมคิดได้ว่าผมเป็นห่วงแต่ตัวเอง แล้วที่พวกเขาต้องกัดฟันต่อสู้มาทำให้ผมรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่คนที่ผมรัก ถ้าไม่มีพวกเขาไม่ก็ไม่มีความหมายอะไรที่ผมจะได้ทำดนตรีที่ชอบ ผมคงไม่มีความสุขอย่างตอนนี้ ก่อนหน้าผมเอาแต่ห่วงแค่ “ผมอยากจะเป็นศิลปินเดี่ยว แต่วง BIGBANG ทำให้ผมออกไปทำอย่างที่ฝันไม่ได้” แต่สุดท้ายช่องว่างนั่นก็กลับหายไปเลยหลังจากผมได้รู้ว่าสมาชิกวงสำคัญกับผมขนาดไหน ตอนนั้นผมกังวลมากเกินไปว่าคนจะคิดยังไงกับผม เขาหวังในตัวผมไว้แค่ไหน แต่ผลกลับออกมาว่าการอยู่กับสมาชิกวงทำให้เกิดช่องว่างขึ้นมา ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ขณะที่ผมได้เป็นตัวของตัวเอง ผมสนุกมากที่ได้ทำงานร่วมกับสมาชิกวง BIGBANG ส่วนเรื่องที่เป็นห่วงอย่าง “ผมอยากเป็นศิลปิน R&B ที่ไปได้ไกลในวงการเพลงเกาหลี” ก็เป็นแค่ความหวังส่วนตัวของผม




เพิ่มเพื่อน

ความคิดเห็น

ไม่พบความคิดเห็นสำหรับบล็อคนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น

เรายินดีอย่างยิ่งที่จะได้รับความคิดเห็นจากคุณ
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถแสดงความเห็นได้